วันจันทร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2557

ความรู้ ข้อควรระวังจากประสบการณ์เที่ยวญี่ปุ่นและเกาหลีของผม

ความรู้  ข้อควรระวังจากประสบการณ์เที่ยวญี่ปุ่นและเกาหลี 

โดยในบทความนี้อาจจะไม่ใช่บทความที่ให้ความรู้ที่มากมายอะไรแต่ก็เป็นความรู้ที่มาจากประสบการณ์จริงของจขบ.(เจ้าของบล็อก)ที่ไปเจอมาตอนไปเที่ยวญี่ปุ่นและเกาหลี โดยจะเน้นไปทางชีวิตความเป็นอยู่ ตอนอยู่ที่นู่นมากกว่า จึงมาเขียนในบทความนี้ให้เพื่อนๆได้อ่านกัน อาจได้ข้อคิดเล็กๆน้อยๆ(มั้ง???) โดยจะแบ่งเป็นบทความย่อยเป็นเรื่องๆไปไม่เรียงกัน เนื้อหามากน้อยตามความจำ(เพราะไปเที่ยวเมื่อปีก่อน)



เวลานั่งเครื่องบิน เห็นบอกเคี้ยวหมากฝรั่งหรือกลืนน้ำลายจะช่วยป้องกันการหูอื้อ??


เอาจริงๆเลยนะ จากประสบการณ์ตรงมันไม่เห็นจะช่วยอะไรเลย สุดท้ายหูมันก็อื้ออยู่ดีนั่นแหละ จขบ.ก็ลองทำทุกอย่างเลยหล่ะทั้งเคี้ยวหมากฝรั่ง ทั้งกลืนน้ำลาย ไอ้นู่นไอ้นี่ไอ้นั่นสุดท้ายหูมันก็อื้ออยู่ดีนั่นแหละ สุดท้ายจขบ.เลยหันไปทำอย่างอื่นแทน เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง(มีหนังเยอะดี) เล่นเกม ฯลฯ ซึ่งช่วยในการคลายเบื่อได้ดีเลยหล่ะ เพราะงั้นถ้าขึ้นเครื่องจริงๆไม่ต้องคิดมากเรื่องหูอื้อหรอกเพราอื้อแน่นอน เพราะงั้นทำใจให้สบายแล้วทำกิจกรรมอย่างอื่นไปเถอะ

เป็นเรื่องที่ดูบนเครื่องบิน


เวลาไปเที่ยวแบบทัวร์เดินให้ไวเข้าไว้ ไม่งั้นมีสิทธ์โดนทิ้งแน่


ตามหัวข้อนั่นแหละถ้าไปเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ถ้าไม่เดินให้ไวมีสิทธ์โดนทิ้งไว้ข้างหลังเลยก็ได้ เพราะที่ญี่ปุ่นคนเยอะกว่าเมืองไทยเยอะมาก ถ้าไม่เดินให้ดีอาจหลงกับกร๊ปก็ได้ อย่างจขบ.เองก็เคยเดินช้าจนเดินทิ้งเหมือนกัน(ถ่ายรูปเพลินไปหน่อย) ตอนนั้นไปเที่ยวปราสาททองคินคะคุจิ  ซึ่งดีที่ทางเดินเป็นทางเส้นเดียว เลยเดินจนทันกลุ่มกร๊ปทัวร์(เกือบงานเข้าตั้งแต่วันแรกๆเลยแฮะ) เพราะงั้นถ้าไปเที่ยวเป็นกรุ๊ปจริงต้องคอยดูกรุ๊ปให้ดีๆล่ะ แต่ถ้าไปเที่ยวเองก็เที่ยวตามใจฉันไปได้เลย



หนังสือคู่มือดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ติดตัวไว้อุ่นใจขึ้นเยอะ


จากประสบการณ์ตรงเฉกเช่นเดียวกัน หนังสือคู่มือถือเป็นส่วนสำคัญของการเดินทาง แม้ดูเหมือนจะไม่มีอะไรแต่การมีมันทำอุ่นใจขึ้นมากเลยล่ะ เพราะมันคือสิ่งที่รวบรวมข้อมูลต่างๆเอาไว้ทั้งชื่อผู้เดินทาง ข้อมูลของไกด์ ข้อมูลคร่าวๆของสถานที่ที่จะไปเที่ยว กำหนดการในแต่ล่ะวัน ข้อกำหนดต่างๆตั้งแต่สัมภาระ การซื้อสินค้า ข้อห้ามต่างๆ เพราะงั้นเจ้าสมุดเล่มเล็กนับเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราไปเที่ยวได้อย่างสบายใจเลยล่ะ

คู่มือเที่ยวของจขบ.



เครื่องดื่มญี่ปุ่นรสชาติเป็นยังไง???


อย่างที่ทุกๆคนรู้กัน ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่น้ำประปาสามารถนำมาใช้ดื่มได้  ซึ่งน้ำประปาของประเทศญี่ปุ่นได้รับการับรองมาตราฐานด้านความสะอาดมาแล้ว ดังนั้นถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวก็ควรเตรียมขวดเปล่าไปกรองน้ำเองจะดีกว่า (อย่าไปทำที่ไทยล่ะ ท้องเสียไม่รู้ด้วย) เพราะค่าน้ำขวดของที่นู่นแพง(โคตร)กว่าที่ประเทศไทยเอามากๆ(เพราะค่าเงินที่นั่นสูงกว่าไทยเยอะ) โดยน้ำดื่ม1ขวดของประเทศญุี่ปุ่นนั้นมีราคาอยู่ที่120เยนหรือเทียบกับเงินไทยง่ายๆคือ36บาท  ซึ่งมีขนาดประมาณน้ำดื่ม6-7ของบ้านเราเอง  ราคามันต่างกันถึง5เท่าตัวเลยทีเดียว!!! สำหรับชาวญี่ปุ่นร้อยกว่าเยนอาจไม่เท่าไหร่(มั้งนะ?)แต่จากความรู้สึกนักท่องเที่ยวไทยน้ำตาแทบร่วงเลยเมื่อต้องซื้อน้ำซักขวดตอนหิวน้ำ(เพราะส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวจะเน้นเดินทัวร์ชมสถานที่ต่างๆ ซึ่งมันก็เดินเยอะเอามากๆ  อาจหิวน้ำบ่อยๆ)  

ส่วนเครื่องดื่มอย่างอื่นเช่น ชาของญี่ปุ่นก็ถือว่ามีรสชาติดีนะ สมแล้วที่เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในด้านชา ส่วนอย่างอื่นเช่นกาแฟกระป๋องของญี่ปุ่นที่ได้ลองดื่มมาอย่าคาดหวังด้านรสชาติดีกว่า ใครที่คิดว่ารสชาติจะเหมือนบ้านเราขอให้คิดใหม่ดีกว่า เพราะรสชาติของมันประมาณกาแฟละลายน้ำแข็งฉันใดฉันนั้นเลย นั่นแหละเพราะงั้นถ้าจะไปเที่ยวจริง ขอแนะนำเตรียมขวดเปล่าไปรองน้ำดื่มเองดีกว่า




เสื้อกันหนาวเตรียมไปพอดีจะดีกว่า


จากประสบการณ์ตรงเช่นกัน ก่อนจะไปเที่ยวไม่ว่าญี่ปุ่นหรือเกาหลีถ้าเช็คสภาพอากาศได้ก็ดีนะ เพราะเสื้อกันหนาวแม้จะจำเป็นก็จริงแต่ถ้าบางตัวไม่ได้ใช้เอาไปทีนี่โคตรหนักเลยขอบอก แถมเปลืองที่ในกระเป๋ามากด้วย โดยจขบ.นั้นเพราะไปเที่ยวครั้งแรก(ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลี)แม้จะได้คำแนะนำจากญาติก็ตามแต่เตรียมเสื้อกันหนาวไปหลายชุดมา ทั้งแบบโค้ด แบบเสื้อคลุมครึ่งตัว(ไม่รู้จะเรียกอะไรแฮะ) คือพอเตรียมไปหลายตัวแล้วพอไปจริงๆดันใส่ไม่กี่ตัว ทำให้เปลืองพื้นที่กระเป๋ามากแถมแบกไปแบกมาโคตรลำบากอีก เพราะงั้นจขบ.จึงขอแนะนำก่อนไปเที่ยวก้เช็คสภาพอากาศดีๆ แล้วไม่ต้องห่วงเรื่องสกปรกหรอก เพราะที่นู่นถ้าช่วงที่ไปเที่ยวเป็นช่วงฤดูหนาว เสื้อผ้าส่วนใหญ่จะแห้ง(เพราะเย็นมาก)เพราะงั้นไม่สกปรกแน่นอน





เสื้อผ้าก็เชกเช่นเดียวกับเสื้อกันหนาวเตรียมไปพอดีจะดีที่สุด


จากบทความเสื้อกันหนาวเสื้อผ้าก็เชกเช่นเดียวกัน เพราะไปเที่ยวครั้งแรกจขบ.จึงเตรียมเสื้อผ้าไปเผื่อหลายตัวมากทั้งๆที่เอาจริงเตรียมไปตามวันดีจะดีกว่านะ  เพราะถ้าใส่แบบประหยัดตัวหนึ่งอาจใส่ได้หลายวันเลยล่ะ(แต่ยังไงเตรียมไปตามวันดีกว่า) ถ้าไม่ไปเจอเหตุสุดวิสัยอะไรเข้านะ  อย่างจขบ.ตอนช่วงที่ไปเที่ยวอยู่ในช่วงฤดูหนาว(ซึ่งอากาศเย็นเหมือนเปิดแอร์ทั้งวันเลยล่ะ) ใส่แบบสองชั้นเพื่อความอบอุ่น เพราะช่วงนั้นอากาศแห้งเสื้อผ้าจึงไม่ค่อยมีเหงื่อและกลิ่นเท่าไหร่จะใส่ซ้ำเลยก็ได้แต่ดันไปกินเนื้อย่างตามแผนทัวรืกลิ่นเลยติดต้องเปลี่ยนใส่ตัวใหม่เลย(ฮา) แต่ถ้าไม่ไปเจออะไรส่วนใหญ่เสื้อผ้าจะไม่ค่อยสกปรกอะไรมาก เพราะถ้าขี้เกียจก็เตรียมเสื้อผ้าไปตามวันก็พอ


ป.ล.แต่ถุงเท้านี่อย่าใส่ซ้ำล่ะ เพราะมันมีกลิ่นติดมาจากรองเท้าอยู่(โคตรเหม็นเลย)


ชุดที่เตรียมไปได้ใส่ครบเลย

โรงแรมแม้จะหรูแต่ถ้าไม่ชินก็อยู่ลำบากเหมือนกัน


การไปพักโรงแรมในต่างประเทศแม้หรูและไฮโซ(ตามสถานที่ไปพักนะ)แต่มันก็ให้ประสบการณ์หลากหลายเลยล่ะ โดยส่วนใหญ่แล้วโรงแรมที่จขบ.ไปพักส่วนมากแล้วห้องน้ำเค้าจะต่างจากที่ไทยมาก เพราะที่นั่นทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีเค้าได้ปลี่ยนไปใช้โถส้วมแบบอัตโนมัติแล้ว    ซึ่งจากประสบการณ์จริงขอบอกเลยว่าใช้ลำบากมากถ้าใช้ไม่เป็น(กว่าจขบ.จะใช้เป็นลองมั่วเยอะมาก แถมหัวฉีดที่นู่นดันกะยากอีก กว่าจะใช้ได้ -*-) อีกอย่างที่ใช้ลำบากคือฝักบัวอาบน้ำ ซึ่งที่นู่นใช้แบบปรับน้ำร้อน-น้ำเย็นได้ แต่บอกตรงๆการจะปรับให้ได้น้ำอุ่นนี่โคตรยากเลย เพราะบางที่มันก็จะเย็นเกินไป(เย็นจนสั่นเลยล่ะ) หรือร้อนเกินไป(โดนทีร้องจ้ากเลย โคตรร้อน) เอาจริงๆเลยจขบ.เองก็ปรับไม่ได้เลยอาบแบบเย็นไปเลยเนี่ยแหละ เพราะอาบน้ำร้อนนี่อาบไม่ไหว(ร้อนเหมือนน้ำต้มเดือดเลยล่ะ)

ป.ล.การแช่ออนเซ็นที่ประเทศญี่ปุ่น ก็อย่างที่ทุกคนรู้กันต้องแช่แบบเปลือยๆมีผ้าพันหัวแค่นั้นแหละ เพราะงั้นถ้าอยากแช่จริงก็ไม่ต้องคิดอะไรมากล่ะ แล้วการแช่ก็ควรลงไปทีละส่วนให้ร่างกายปรับสมดุลก่อนเพราะน้ำมันร้อนมากๆ แต่ถ้าถึงช่วงแช่ทั้งตัวแล้ว มันจะสบายมากเลยเป็นถือเป็นการผ่อนคลายที่ดีเลยล่ะ




การจดจำเบอร์โทรไกด์ในการเที่ยวจำเป็นจริงๆ


ย่างที่ทุกๆคนรู้กันเวลาไปเที่ยวมักจะเกิดเหตุที่คาดไม่ถึงอยู่เสมอ เช่น หลงกับกรุ๊ปทัวร์ โดนทิ้ง(ญาติ จขบ.โดนเอง) หาจุดนัดไม่เจอ ฯลฯ ตอนแรกจขบ.ก็ไม่ค่อยคิดอะไรมากเพราะมั่นใจว่าตนเองต้องไม่หลงกับกรุ๊ปทัวร์แน่ แต่แล้วเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นจนได้ แต่ไม่ได้เกิดกับจขบ.หรอกแต่เกิดกับญาติๆของจขบ.เอง มี2เหตุการณ์ด้วยกัน คือ   1.เหตุการณ์ที่เกิดคุณพ่อและคุณลุง 2.เหตุการณ์ที่เกิดกับลูกพี่ลูกน้องของจขบ. 


โดยเหตุการณ์แรกเกิดขึ้นที่ชินจูกุ ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงที่ไกด์จะให้เวลาอิสระในการเดินเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวในกรุ๊ปทัวร์ โดยกลุ่มของจขบ.เป็นกลุ่มใหญ่แบ่งเป็น3กลุ่ม 1.กลุ่มจขบ.และพี่สาว2คน 2.กลุ่มแม่และป้าและลูกพี่ลูกน้อง 3.กลุ่มของคุณพ่อคุณลุง ซึ่งกลุ่มที่3นี่แหละดันเจอเหตุซะงั้น โดยช่วงนั้นเป็นเวลาซะ5-6โมงเย็น ซึ่งจะมีคนเดินเยอะมากในย่านชินจูกุ ซึ่งกลุ่มของจขบ.ก็เที่ยวตามปกติแบบไม่คิดอะไรมาก แต่มารวมตัวที่จุดนับพบเท่านั้นแหละเลยรู้ว่าคุณพ่อและคุณลุงของจขบ.ดันหลงไปไกลถึงอีกฟากเมืองเลย(เดินไปยังไงเนี่ย) แต่ยังดีที่คุณลุงเค้าจดเบอร์ไกด์ไว้ไม่งั้นงานเข้าแน่นอน ตอนหลังจึงถามที่รวมตัวและนั่งแท็กซี่มารวมพลได้ 

ส่วนเหตุการณ์ที่2นั้นเกิดตอนวันสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่องกลับบ้าน ตอนนั้นเป็นการเที่ยวชมวัดนาริตะในตอนเช้า ก็เที่ยวๆกันไปไม่คิดอะไรดันเกิดเหตุตอนนั่งรถกลับจนได้-*- ตอนนั้นลูกพี่ลูกน้องของจขบ.เค้าไปเข้าห้องน้ำก่อนกลับ แล้วตอนขึ้นรถป้าของจขบ.ดันลืมเค้าไปซะสนิทเลย จนเค้าโทรมานั่นแหละถึงรู้ว่าลืม ซึ่งดีที่ยังไปไม่ไกลเลยวนรถกลับมารับทัน(โชคดีไป) 

ป.ล.เพราะงั้นตอนไปเที่ยวก็จำเบอร์ไกด์ไว้ดีๆล่ะเพราะอาจเกิดเหตุขึ้นได้ทุกเมื่อ



ถ้าไม่ใช่คนชอบช๊อปการเตรียมอะไรไปฆ่าเวลาก็เป็นความคิดที่ดีนะ


อย่างที่รู้กันประเทศเกาหลีเป็นแดนสวรรค์สำหรับคนชอบช๊อปเลยก็ว่าได้ ทั้งน้ำหอม รองเท้า เสื้อผ้าฯลฯ แต่ถ้าไม่ใช่คนขอบช๊อปล่ะจะทำยังไง ก็ต้องนั่งแกร่วรอเวลานะสิ ดังนั้นการเตรียมอะไรไปฆ่าเวลาเป็นความคิดที่ดนะ เพราะจากที่จขบ.ไปประสบมาการมีอะไรทำช่วยฆ่าเวลาไปเยอะเลยล่ะ เพราะตอนกรุ๊ปทัวร์ของจขบ.นั้นมีการปรับกำหนดการเยอะเลยล่ะ โดยช่วงวันแรกของการไปเที่ยว จขบ.ก็ไปเที่ยวตามสถานที่สำคัญจนครบเลยล่ะ ทั้งเกาะนามิ วัดวาวูจองซา พิพัธภัณฑ์เกาหลี ไร่สตรอเบอร์รี่ ฯลฯ ดังนั้นช่วงสองวันหลังเลยเป็นช่วงวันช๊อปอย่างเดียว แล้วทีนี้ไอ้คนไม่ช๊อปก็ต้องนั่งเปื่อยรอเวลาจนเซ๊ง ดังนั้นถ้าเป็นคนไม่ชอบช๊อปก็เตรียมอะไรไปฆ่าเวลาด้วยล่ะ


หนังสือที่เอาไปอ่านตอนไปเที่ยว

ถ้าไปญี่ปุ่น ถุงขยะเตรียมไว้ก็ดีนะ


ก็เป็นอย่างที่ทุกๆคนรู้กันนั่นแหละที่ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สะอาดมากไม่รู้เพราะคนที่นั่นเค้ามีระเบียบมากกว่าหรือไม่มีถังขยะให้ทิ้งกันแน่(ฮา)  ดังนั้นที่นั่นจึงไม่มีขยะตามท้องถนนเลย่ะ บ้านเมืองเค้าสะอาดน่าเที่ยวจริงๆนั่นแหละ และจากที่ไปเที่ยวมาบ้านเมืองเค้าแทบจะไม่มีถังขยะให้เห็นเลยแต่ก็สะอาดกว่าบ้านเราที่มีถังขยะเยอะแต่อย่างสกปรกโคตรเลยล่ะ อีกอย่างจากที่บังเอิญเห็นลานขยะของบ้านเค้าตอนไปตอนเล่นพอดี แม้จะเป็นลายขยะแต่ก็อย่างสะอาดเลยล่ะ ขยะใส่ถุงมัดแน่น วางไว้ก็วางอย่างเป็นระเบียบอย่างน่าทึ่งเลยล่ั ดังนั้นถ้าจะมีคำแนะนำอะไร จะไปเที่ยวทั้งทีก็เตรียมถุงขยะไปเผื่อด้วยล่ะ เพราะที่นั่นไม่มีถังขยะเพราะงั้นถ้ามีขยะต้องถือไปด้วยทั้งๆอย่างนั้นแหละ(ยกไปจนกว่าจะถึงรถทัวรฺ์เลยล่ะ)



กระเป๋านอกจากกระเป๋าเดินทางเตรียมกระเป๋าสะพายหรือเป้เล็กไปด้วยก็ดีนะ


ถ้าจะไปเที่ยวอย่างน้อยนอกจากการะเป๋าเดินทางก็ควรเตรียมกระเป๋าเป้สำหรับไว้ใส่ของส่วนตัวด้วยเพราะถ้าถ้าเราออกเดินทางจะไม่มีทางเอาของจากกระเป๋าเดินทางได้เลยล่ะ อย่างจขบ.นั้นลืมของไว้ในกระเป๋าเดินทาง เช่นเสื้อกันหนาว วันนั้นทั้งวันเลยเลยอยู่แบบหนาวๆไปเลยล่ะ จะไปเอาเสื้อก็ไม่ได้เพราะดันติดรถทัวร์ไปแล้ว(รถทัวร์จะไปจอดรอที่อื่นนะ) เพราะงั้นการมีกระเป่าส่วนตัวไว้ติดตัวเป็นเรื่องสำคัญเลยล่ะเพราะอย่างน้อยถ้าเราใส่ไว้ในกระเป๋าเป้เราก็ยังหยิบออกมาใช้งานได้ตลอดเวลานั่นแหละ


เป้ที่พกไปที่ญี่ปุ่น

อาหารทั้งญี่ปุ่นและเกาหลี ถ้าไปทัวร์อย่าคาดหวังดีกว่า


จากประสบการณ์ตรงเช่นกัน เนื่องจากจขบ.ไปเที่ยวแบบทัวร์ ซึ่งขอบอกเลยว่า อาหารที่ทางทัวร์จัดให้ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่เลย ไม่ว่าอาหารญี่ปุ่นที่กินแล้วเฉยมากหรืออาหารเกาหลีที่รสชาติไม่ค่อยถูกปากจขบ.เท่าไหร่เลย(ส่วนอาหารเกาหลีจะเน้นเป็นรสชาติใดรสชาตินึงไปเลยแตกต่างจากบ้านเราเยอะเลย) อาจเพราะมากินแบบทัวร์นั่นแหละเลยเฉยๆ ดังนั้นถ้าใครคาดหวังว่าจะได้กินอาหารญี่ปุ่นหรือเกาหลีแบบในรายการทีวีแนะนำ ขอแสดงความเสียใจไว้เลยว่าคุณจะกินอาหารญี่ปุ่นแบบธรรมดาแน่ หรือถ้าอยากกินคงต้องแนวแบบไปเที่ยวเองมากกว่าถึงจะได้กินของที่อยากกิน   อ้อลืมบอกถ้าใครได้กินอาหารไทยที่นั่น ทำใจได้เลยว่ารสชาติไม่เป็นสัปปะรดเอามากๆ(กินแล้วอยากกลับมากินพริกน้ำเลยล่ะ)



แม้อาหารจะไม่เป็นตามหวัง แต่ขนมที่นู่นนะสุดยอดเลย


แม้อาหารจะไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ แต่ขนมของญี่ปุ่นการันตีได้เลยว่าอร่อยมาก โดยเฉพาะโมจิรูปเกี๋ยวไส้ถั่วแดงซึ่งอร่อยมาก(เพราะไมค่อยหวานมาเท่าไหร่) อันที่จริงมันมันก็อร่อยทุกอย่างนั่นแหละ โดยเฉพาะสารพัดขนมชาเขียวของที่นั่น(กินจนเอียนเลยล่ะ)ซึ่งไม่ขมเลยทั้ง เซมเป้ ดังโงะ โมจิ คิดแคทสารพัดรูปแบบ ช๊อคโกแลตกล้วย(บอกตรงๆเฉยๆนะ) เรียกว่าไปเที่ยวที่แทบจะอยู่ในแดนสวรรค์แห่งขนมเลยล่ะ แต่แตกต่างตอนไปเกาหลีมาก เพราะขนมที่นั่นเฉยๆถึงขั้นไม่ไประทับใจเลยล่ะ(จขบ.เลยซื้อสตรอเบอร์รี่เคลือบช๊อคโกแลตไปเลี้ยงเพื่อนแทน เพราะของที่นั่นไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่เลย) ดังนั้นถ้าใครชอบขนมญี่ปุ่นเตรียมไปสู่แดนสวรรค์แห่งขนมได้เลย


และแล้วก็ถึงบทความสุดท้ายของความรู้  ข้อควรระวังจากประสบการณ์เที่ยวญี่ปุ่นและเกาหลี


จขบ.เองไม่รู้ว่าผู้อ่านแต่ล่ะท่านจะได้ความรู้ใหม่ๆไหมแต่อย่างน้อยท่านก็น่าจะได้แนวทาง ข้อคิด ความรู้ หรือข้อควรระวังไหม(555 พูดหรูๆไว้ก่อน)แต่อย่างน้อยเวลาจะไปเที่ยวญี่ปุ่นหรือเกาหลีทุกๆท่านจะได้เที่ยวอย่างสบายใจหน่อย ซึ่งบทความทั้งหมดของบล๊อคความรู้  ข้อควรระวังจากประสบการณ์เที่ยวญี่ปุ่นและเกาหลีคงจบแค่แหละครับ(คิดไม่ออกว่าจะเขียอะไรแล้ว555) 



ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านนะครับ



19 ความคิดเห็น:

  1. ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

      ลบ
    2. น้ำประปา ที่นั่น สะอาด มาก อืม มีความรู้ใหม่แล้ว เคี้ยวหมากฝรั่ง ช่วยแก้หูอื้อ ตอน ขึ้นเครื่องได้ แถมถ้าเที่ยวแบบทัวร์ มีโอกาสถูกทิ้งได้ง่ายๆด้วย ถ้าเดินช้า ก็ถูกทิ้ง ขอขอบคุณเจ้าของกระทู้มากๆเลยครับ

      ลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ15 กันยายน 2557 เวลา 14:03

    ทำแล้วก็โอเคจ๊ะเนื้อหาก็ดีแต่มืดไปหน่อยไม่มีแสงส่าวงเลยจ๊ะ

    ตอบลบ
  3. เป็นประสบการณ์ที่นำมาแชร์แล้วได้ประโยชน์มากสำหรับผู้ที่คิดจะไปทัวร์ต่างประเทศ รู้ไว้ดีกว่ามาพลาดทีหลังค่ะ

    ตอบลบ
  4. ดีมากเลย น่าสนุก ไม่เคยไปแต่พอได้อ่านก็ได้ประสบการณ์ดีๆมากขึ้น
    ชอบตอนที่นั้งเครื่องบินแล้วเคี้ยวหมากฝรั่งกันหูอื้อ เราก็ไม่รู้หรอกนะ มันกันได้จริงหรือเปล่า แต่อยากลองทำดู
    น่ากลัวนะตอนหลงกับไกด์ เป็นความรู้มากเลย ขอบคุณเจ้าของบล็อกมากๆค่ะ

    ตอบลบ
  5. เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเลยค่ะ ทำให้ได้ประสบการณ์มากขึ้นอีกด้วย ได้ความรู้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วยค่ะ ขอขอบคุณเจ้าของบล็อคนี้ค่ะ

    ตอบลบ
  6. เข้าใจจุดน่าเที่ยวและรู้จุดจะได้เที่ยวไม่หลง

    ตอบลบ
  7. ขอบคุณสำหรับเกร็ดความรู้ต่างๆนะค่ะ ถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวจะลองทำตามคำเเนะนำนะค่ะ

    ตอบลบ
  8. เป็นแนวทาง และวิธีในการเตรียมตัวเพื่อจะได้มีโอกาศไปญี่ปุ่นบ้าง

    ตอบลบ
  9. เป้นเรื่องที่น่าสนดีนะครับ สุดยอดครับ ได้ความรู็อีกด้วยครับ ขอบคุณครับ

    ตอบลบ
  10. ถึงแม้ไม่ได้ไปด้วย แต่ก็ขอบคุณที่นำความรู้มาบอก

    ตอบลบ
  11. ขอบคุณที่ให้ความรู้เรื่องการไปเที่ยวญี่ปุ่นนะค่ะ

    ตอบลบ
  12. ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆนะค่ะ ถ้ามีโอกาสคงได้ไปแน่นอนค่ะ

    ตอบลบ
  13. ทำให้อยากไปเที่ยวญี่ปุ่นเลยคะ

    ตอบลบ
  14. ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ที่นำมาแชร์ค่ะถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวจะลองนำไปใช้ค่ะ

    ตอบลบ
  15. ขอบคุณที่แชร์ประสบการณ์ดีๆมาให้นะ เล่าเรื่องซะเหมือนเราได้ไปเที่ยวเองเลย ^^

    ตอบลบ
  16. อ่านแล้วเหมือนตัวเราได้ไปเที่ยวเองเลย ขอบคุณที่เอาประสบการณ์ดีๆมาบอกนะค่ะ

    ตอบลบ
  17. เป็นสถานที่ ที่น่าไปท่องเที่ยวมากๆเลยจ้า ได้ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมเยอะขึ้นมากเลยค่ะ ^^

    ตอบลบ