ความรู้ ข้อควรระวังจากประสบการณ์เที่ยวญี่ปุ่นและเกาหลี
โดยในบทความนี้อาจจะไม่ใช่บทความที่ให้ความรู้ที่มากมายอะไรแต่ก็เป็นความรู้ที่มาจากประสบการณ์จริงของจขบ.(เจ้าของบล็อก)ที่ไปเจอมาตอนไปเที่ยวญี่ปุ่นและเกาหลี โดยจะเน้นไปทางชีวิตความเป็นอยู่ ตอนอยู่ที่นู่นมากกว่า จึงมาเขียนในบทความนี้ให้เพื่อนๆได้อ่านกัน อาจได้ข้อคิดเล็กๆน้อยๆ(มั้ง???) โดยจะแบ่งเป็นบทความย่อยเป็นเรื่องๆไปไม่เรียงกัน เนื้อหามากน้อยตามความจำ(เพราะไปเที่ยวเมื่อปีก่อน)เวลานั่งเครื่องบิน เห็นบอกเคี้ยวหมากฝรั่งหรือกลืนน้ำลายจะช่วยป้องกันการหูอื้อ??
เอาจริงๆเลยนะ จากประสบการณ์ตรงมันไม่เห็นจะช่วยอะไรเลย สุดท้ายหูมันก็อื้ออยู่ดีนั่นแหละ จขบ.ก็ลองทำทุกอย่างเลยหล่ะทั้งเคี้ยวหมากฝรั่ง ทั้งกลืนน้ำลาย ไอ้นู่นไอ้นี่ไอ้นั่นสุดท้ายหูมันก็อื้ออยู่ดีนั่นแหละ สุดท้ายจขบ.เลยหันไปทำอย่างอื่นแทน เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง(มีหนังเยอะดี) เล่นเกม ฯลฯ ซึ่งช่วยในการคลายเบื่อได้ดีเลยหล่ะ เพราะงั้นถ้าขึ้นเครื่องจริงๆไม่ต้องคิดมากเรื่องหูอื้อหรอกเพราอื้อแน่นอน เพราะงั้นทำใจให้สบายแล้วทำกิจกรรมอย่างอื่นไปเถอะ
![]() |
| เป็นเรื่องที่ดูบนเครื่องบิน |
เวลาไปเที่ยวแบบทัวร์เดินให้ไวเข้าไว้ ไม่งั้นมีสิทธ์โดนทิ้งแน่
ตามหัวข้อนั่นแหละถ้าไปเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ถ้าไม่เดินให้ไวมีสิทธ์โดนทิ้งไว้ข้างหลังเลยก็ได้ เพราะที่ญี่ปุ่นคนเยอะกว่าเมืองไทยเยอะมาก ถ้าไม่เดินให้ดีอาจหลงกับกร๊ปก็ได้ อย่างจขบ.เองก็เคยเดินช้าจนเดินทิ้งเหมือนกัน(ถ่ายรูปเพลินไปหน่อย) ตอนนั้นไปเที่ยวปราสาททองคินคะคุจิ ซึ่งดีที่ทางเดินเป็นทางเส้นเดียว เลยเดินจนทันกลุ่มกร๊ปทัวร์(เกือบงานเข้าตั้งแต่วันแรกๆเลยแฮะ) เพราะงั้นถ้าไปเที่ยวเป็นกรุ๊ปจริงต้องคอยดูกรุ๊ปให้ดีๆล่ะ แต่ถ้าไปเที่ยวเองก็เที่ยวตามใจฉันไปได้เลย
หนังสือคู่มือดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ติดตัวไว้อุ่นใจขึ้นเยอะ
จากประสบการณ์ตรงเฉกเช่นเดียวกัน หนังสือคู่มือถือเป็นส่วนสำคัญของการเดินทาง แม้ดูเหมือนจะไม่มีอะไรแต่การมีมันทำอุ่นใจขึ้นมากเลยล่ะ เพราะมันคือสิ่งที่รวบรวมข้อมูลต่างๆเอาไว้ทั้งชื่อผู้เดินทาง ข้อมูลของไกด์ ข้อมูลคร่าวๆของสถานที่ที่จะไปเที่ยว กำหนดการในแต่ล่ะวัน ข้อกำหนดต่างๆตั้งแต่สัมภาระ การซื้อสินค้า ข้อห้ามต่างๆ เพราะงั้นเจ้าสมุดเล่มเล็กนับเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เราไปเที่ยวได้อย่างสบายใจเลยล่ะ
![]() |
| คู่มือเที่ยวของจขบ. |
เครื่องดื่มญี่ปุ่นรสชาติเป็นยังไง???
อย่างที่ทุกๆคนรู้กัน ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่น้ำประปาสามารถนำมาใช้ดื่มได้ ซึ่งน้ำประปาของประเทศญี่ปุ่นได้รับการับรองมาตราฐานด้านความสะอาดมาแล้ว ดังนั้นถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวก็ควรเตรียมขวดเปล่าไปกรองน้ำเองจะดีกว่า (อย่าไปทำที่ไทยล่ะ ท้องเสียไม่รู้ด้วย) เพราะค่าน้ำขวดของที่นู่นแพง(โคตร)กว่าที่ประเทศไทยเอามากๆ(เพราะค่าเงินที่นั่นสูงกว่าไทยเยอะ) โดยน้ำดื่ม1ขวดของประเทศญุี่ปุ่นนั้นมีราคาอยู่ที่120เยนหรือเทียบกับเงินไทยง่ายๆคือ36บาท ซึ่งมีขนาดประมาณน้ำดื่ม6-7ของบ้านเราเอง ราคามันต่างกันถึง5เท่าตัวเลยทีเดียว!!! สำหรับชาวญี่ปุ่นร้อยกว่าเยนอาจไม่เท่าไหร่(มั้งนะ?)แต่จากความรู้สึกนักท่องเที่ยวไทยน้ำตาแทบร่วงเลยเมื่อต้องซื้อน้ำซักขวดตอนหิวน้ำ(เพราะส่วนใหญ่ที่ไปเที่ยวจะเน้นเดินทัวร์ชมสถานที่ต่างๆ ซึ่งมันก็เดินเยอะเอามากๆ อาจหิวน้ำบ่อยๆ)
ส่วนเครื่องดื่มอย่างอื่นเช่น ชาของญี่ปุ่นก็ถือว่ามีรสชาติดีนะ สมแล้วที่เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในด้านชา ส่วนอย่างอื่นเช่นกาแฟกระป๋องของญี่ปุ่นที่ได้ลองดื่มมาอย่าคาดหวังด้านรสชาติดีกว่า ใครที่คิดว่ารสชาติจะเหมือนบ้านเราขอให้คิดใหม่ดีกว่า เพราะรสชาติของมันประมาณกาแฟละลายน้ำแข็งฉันใดฉันนั้นเลย นั่นแหละเพราะงั้นถ้าจะไปเที่ยวจริง ขอแนะนำเตรียมขวดเปล่าไปรองน้ำดื่มเองดีกว่า
เสื้อกันหนาวเตรียมไปพอดีจะดีกว่า
จากประสบการณ์ตรงเช่นกัน ก่อนจะไปเที่ยวไม่ว่าญี่ปุ่นหรือเกาหลีถ้าเช็คสภาพอากาศได้ก็ดีนะ เพราะเสื้อกันหนาวแม้จะจำเป็นก็จริงแต่ถ้าบางตัวไม่ได้ใช้เอาไปทีนี่โคตรหนักเลยขอบอก แถมเปลืองที่ในกระเป๋ามากด้วย โดยจขบ.นั้นเพราะไปเที่ยวครั้งแรก(ทั้งญี่ปุ่นและเกาหลี)แม้จะได้คำแนะนำจากญาติก็ตามแต่เตรียมเสื้อกันหนาวไปหลายชุดมา ทั้งแบบโค้ด แบบเสื้อคลุมครึ่งตัว(ไม่รู้จะเรียกอะไรแฮะ) คือพอเตรียมไปหลายตัวแล้วพอไปจริงๆดันใส่ไม่กี่ตัว ทำให้เปลืองพื้นที่กระเป๋ามากแถมแบกไปแบกมาโคตรลำบากอีก เพราะงั้นจขบ.จึงขอแนะนำก่อนไปเที่ยวก้เช็คสภาพอากาศดีๆ แล้วไม่ต้องห่วงเรื่องสกปรกหรอก เพราะที่นู่นถ้าช่วงที่ไปเที่ยวเป็นช่วงฤดูหนาว เสื้อผ้าส่วนใหญ่จะแห้ง(เพราะเย็นมาก)เพราะงั้นไม่สกปรกแน่นอน
เสื้อผ้าก็เชกเช่นเดียวกับเสื้อกันหนาวเตรียมไปพอดีจะดีที่สุด
จากบทความเสื้อกันหนาวเสื้อผ้าก็เชกเช่นเดียวกัน เพราะไปเที่ยวครั้งแรกจขบ.จึงเตรียมเสื้อผ้าไปเผื่อหลายตัวมากทั้งๆที่เอาจริงเตรียมไปตามวันดีจะดีกว่านะ เพราะถ้าใส่แบบประหยัดตัวหนึ่งอาจใส่ได้หลายวันเลยล่ะ(แต่ยังไงเตรียมไปตามวันดีกว่า) ถ้าไม่ไปเจอเหตุสุดวิสัยอะไรเข้านะ อย่างจขบ.ตอนช่วงที่ไปเที่ยวอยู่ในช่วงฤดูหนาว(ซึ่งอากาศเย็นเหมือนเปิดแอร์ทั้งวันเลยล่ะ) ใส่แบบสองชั้นเพื่อความอบอุ่น เพราะช่วงนั้นอากาศแห้งเสื้อผ้าจึงไม่ค่อยมีเหงื่อและกลิ่นเท่าไหร่จะใส่ซ้ำเลยก็ได้แต่ดันไปกินเนื้อย่างตามแผนทัวรืกลิ่นเลยติดต้องเปลี่ยนใส่ตัวใหม่เลย(ฮา) แต่ถ้าไม่ไปเจออะไรส่วนใหญ่เสื้อผ้าจะไม่ค่อยสกปรกอะไรมาก เพราะถ้าขี้เกียจก็เตรียมเสื้อผ้าไปตามวันก็พอ
โรงแรมแม้จะหรูแต่ถ้าไม่ชินก็อยู่ลำบากเหมือนกัน
การไปพักโรงแรมในต่างประเทศแม้หรูและไฮโซ(ตามสถานที่ไปพักนะ)แต่มันก็ให้ประสบการณ์หลากหลายเลยล่ะ โดยส่วนใหญ่แล้วโรงแรมที่จขบ.ไปพักส่วนมากแล้วห้องน้ำเค้าจะต่างจากที่ไทยมาก เพราะที่นั่นทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีเค้าได้ปลี่ยนไปใช้โถส้วมแบบอัตโนมัติแล้ว ซึ่งจากประสบการณ์จริงขอบอกเลยว่าใช้ลำบากมากถ้าใช้ไม่เป็น(กว่าจขบ.จะใช้เป็นลองมั่วเยอะมาก แถมหัวฉีดที่นู่นดันกะยากอีก กว่าจะใช้ได้ -*-) อีกอย่างที่ใช้ลำบากคือฝักบัวอาบน้ำ ซึ่งที่นู่นใช้แบบปรับน้ำร้อน-น้ำเย็นได้ แต่บอกตรงๆการจะปรับให้ได้น้ำอุ่นนี่โคตรยากเลย เพราะบางที่มันก็จะเย็นเกินไป(เย็นจนสั่นเลยล่ะ) หรือร้อนเกินไป(โดนทีร้องจ้ากเลย โคตรร้อน) เอาจริงๆเลยจขบ.เองก็ปรับไม่ได้เลยอาบแบบเย็นไปเลยเนี่ยแหละ เพราะอาบน้ำร้อนนี่อาบไม่ไหว(ร้อนเหมือนน้ำต้มเดือดเลยล่ะ)
ป.ล.การแช่ออนเซ็นที่ประเทศญี่ปุ่น ก็อย่างที่ทุกคนรู้กันต้องแช่แบบเปลือยๆมีผ้าพันหัวแค่นั้นแหละ เพราะงั้นถ้าอยากแช่จริงก็ไม่ต้องคิดอะไรมากล่ะ แล้วการแช่ก็ควรลงไปทีละส่วนให้ร่างกายปรับสมดุลก่อนเพราะน้ำมันร้อนมากๆ แต่ถ้าถึงช่วงแช่ทั้งตัวแล้ว มันจะสบายมากเลยเป็นถือเป็นการผ่อนคลายที่ดีเลยล่ะ
การจดจำเบอร์โทรไกด์ในการเที่ยวจำเป็นจริงๆ
อย่างที่ทุกๆคนรู้กันเวลาไปเที่ยวมักจะเกิดเหตุที่คาดไม่ถึงอยู่เสมอ เช่น หลงกับกรุ๊ปทัวร์ โดนทิ้ง(ญาติ จขบ.โดนเอง) หาจุดนัดไม่เจอ ฯลฯ ตอนแรกจขบ.ก็ไม่ค่อยคิดอะไรมากเพราะมั่นใจว่าตนเองต้องไม่หลงกับกรุ๊ปทัวร์แน่ แต่แล้วเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นจนได้ แต่ไม่ได้เกิดกับจขบ.หรอกแต่เกิดกับญาติๆของจขบ.เอง มี2เหตุการณ์ด้วยกัน คือ 1.เหตุการณ์ที่เกิดคุณพ่อและคุณลุง 2.เหตุการณ์ที่เกิดกับลูกพี่ลูกน้องของจขบ.
โดยเหตุการณ์แรกเกิดขึ้นที่ชินจูกุ ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงที่ไกด์จะให้เวลาอิสระในการเดินเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวในกรุ๊ปทัวร์ โดยกลุ่มของจขบ.เป็นกลุ่มใหญ่แบ่งเป็น3กลุ่ม 1.กลุ่มจขบ.และพี่สาว2คน 2.กลุ่มแม่และป้าและลูกพี่ลูกน้อง 3.กลุ่มของคุณพ่อคุณลุง ซึ่งกลุ่มที่3นี่แหละดันเจอเหตุซะงั้น โดยช่วงนั้นเป็นเวลาซะ5-6โมงเย็น ซึ่งจะมีคนเดินเยอะมากในย่านชินจูกุ ซึ่งกลุ่มของจขบ.ก็เที่ยวตามปกติแบบไม่คิดอะไรมาก แต่มารวมตัวที่จุดนับพบเท่านั้นแหละเลยรู้ว่าคุณพ่อและคุณลุงของจขบ.ดันหลงไปไกลถึงอีกฟากเมืองเลย(เดินไปยังไงเนี่ย) แต่ยังดีที่คุณลุงเค้าจดเบอร์ไกด์ไว้ไม่งั้นงานเข้าแน่นอน ตอนหลังจึงถามที่รวมตัวและนั่งแท็กซี่มารวมพลได้
ส่วนเหตุการณ์ที่2นั้นเกิดตอนวันสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่องกลับบ้าน ตอนนั้นเป็นการเที่ยวชมวัดนาริตะในตอนเช้า ก็เที่ยวๆกันไปไม่คิดอะไรดันเกิดเหตุตอนนั่งรถกลับจนได้-*- ตอนนั้นลูกพี่ลูกน้องของจขบ.เค้าไปเข้าห้องน้ำก่อนกลับ แล้วตอนขึ้นรถป้าของจขบ.ดันลืมเค้าไปซะสนิทเลย จนเค้าโทรมานั่นแหละถึงรู้ว่าลืม ซึ่งดีที่ยังไปไม่ไกลเลยวนรถกลับมารับทัน(โชคดีไป)
ป.ล.เพราะงั้นตอนไปเที่ยวก็จำเบอร์ไกด์ไว้ดีๆล่ะเพราะอาจเกิดเหตุขึ้นได้ทุกเมื่อ
โดยเหตุการณ์แรกเกิดขึ้นที่ชินจูกุ ซึ่งตอนนั้นเป็นช่วงที่ไกด์จะให้เวลาอิสระในการเดินเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวในกรุ๊ปทัวร์ โดยกลุ่มของจขบ.เป็นกลุ่มใหญ่แบ่งเป็น3กลุ่ม 1.กลุ่มจขบ.และพี่สาว2คน 2.กลุ่มแม่และป้าและลูกพี่ลูกน้อง 3.กลุ่มของคุณพ่อคุณลุง ซึ่งกลุ่มที่3นี่แหละดันเจอเหตุซะงั้น โดยช่วงนั้นเป็นเวลาซะ5-6โมงเย็น ซึ่งจะมีคนเดินเยอะมากในย่านชินจูกุ ซึ่งกลุ่มของจขบ.ก็เที่ยวตามปกติแบบไม่คิดอะไรมาก แต่มารวมตัวที่จุดนับพบเท่านั้นแหละเลยรู้ว่าคุณพ่อและคุณลุงของจขบ.ดันหลงไปไกลถึงอีกฟากเมืองเลย(เดินไปยังไงเนี่ย) แต่ยังดีที่คุณลุงเค้าจดเบอร์ไกด์ไว้ไม่งั้นงานเข้าแน่นอน ตอนหลังจึงถามที่รวมตัวและนั่งแท็กซี่มารวมพลได้
ส่วนเหตุการณ์ที่2นั้นเกิดตอนวันสุดท้ายก่อนขึ้นเครื่องกลับบ้าน ตอนนั้นเป็นการเที่ยวชมวัดนาริตะในตอนเช้า ก็เที่ยวๆกันไปไม่คิดอะไรดันเกิดเหตุตอนนั่งรถกลับจนได้-*- ตอนนั้นลูกพี่ลูกน้องของจขบ.เค้าไปเข้าห้องน้ำก่อนกลับ แล้วตอนขึ้นรถป้าของจขบ.ดันลืมเค้าไปซะสนิทเลย จนเค้าโทรมานั่นแหละถึงรู้ว่าลืม ซึ่งดีที่ยังไปไม่ไกลเลยวนรถกลับมารับทัน(โชคดีไป)
ป.ล.เพราะงั้นตอนไปเที่ยวก็จำเบอร์ไกด์ไว้ดีๆล่ะเพราะอาจเกิดเหตุขึ้นได้ทุกเมื่อ

















ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก
ตอบลบความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ลบน้ำประปา ที่นั่น สะอาด มาก อืม มีความรู้ใหม่แล้ว เคี้ยวหมากฝรั่ง ช่วยแก้หูอื้อ ตอน ขึ้นเครื่องได้ แถมถ้าเที่ยวแบบทัวร์ มีโอกาสถูกทิ้งได้ง่ายๆด้วย ถ้าเดินช้า ก็ถูกทิ้ง ขอขอบคุณเจ้าของกระทู้มากๆเลยครับ
ลบทำแล้วก็โอเคจ๊ะเนื้อหาก็ดีแต่มืดไปหน่อยไม่มีแสงส่าวงเลยจ๊ะ
ตอบลบเป็นประสบการณ์ที่นำมาแชร์แล้วได้ประโยชน์มากสำหรับผู้ที่คิดจะไปทัวร์ต่างประเทศ รู้ไว้ดีกว่ามาพลาดทีหลังค่ะ
ตอบลบดีมากเลย น่าสนุก ไม่เคยไปแต่พอได้อ่านก็ได้ประสบการณ์ดีๆมากขึ้น
ตอบลบชอบตอนที่นั้งเครื่องบินแล้วเคี้ยวหมากฝรั่งกันหูอื้อ เราก็ไม่รู้หรอกนะ มันกันได้จริงหรือเปล่า แต่อยากลองทำดู
น่ากลัวนะตอนหลงกับไกด์ เป็นความรู้มากเลย ขอบคุณเจ้าของบล็อกมากๆค่ะ
เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากเลยค่ะ ทำให้ได้ประสบการณ์มากขึ้นอีกด้วย ได้ความรู้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วยค่ะ ขอขอบคุณเจ้าของบล็อคนี้ค่ะ
ตอบลบเข้าใจจุดน่าเที่ยวและรู้จุดจะได้เที่ยวไม่หลง
ตอบลบขอบคุณสำหรับเกร็ดความรู้ต่างๆนะค่ะ ถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวจะลองทำตามคำเเนะนำนะค่ะ
ตอบลบเป็นแนวทาง และวิธีในการเตรียมตัวเพื่อจะได้มีโอกาศไปญี่ปุ่นบ้าง
ตอบลบเป้นเรื่องที่น่าสนดีนะครับ สุดยอดครับ ได้ความรู็อีกด้วยครับ ขอบคุณครับ
ตอบลบถึงแม้ไม่ได้ไปด้วย แต่ก็ขอบคุณที่นำความรู้มาบอก
ตอบลบขอบคุณที่ให้ความรู้เรื่องการไปเที่ยวญี่ปุ่นนะค่ะ
ตอบลบขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆนะค่ะ ถ้ามีโอกาสคงได้ไปแน่นอนค่ะ
ตอบลบทำให้อยากไปเที่ยวญี่ปุ่นเลยคะ
ตอบลบขอบคุณสำหรับประสบการณ์ที่นำมาแชร์ค่ะถ้ามีโอกาสได้ไปเที่ยวจะลองนำไปใช้ค่ะ
ตอบลบขอบคุณที่แชร์ประสบการณ์ดีๆมาให้นะ เล่าเรื่องซะเหมือนเราได้ไปเที่ยวเองเลย ^^
ตอบลบอ่านแล้วเหมือนตัวเราได้ไปเที่ยวเองเลย ขอบคุณที่เอาประสบการณ์ดีๆมาบอกนะค่ะ
ตอบลบเป็นสถานที่ ที่น่าไปท่องเที่ยวมากๆเลยจ้า ได้ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมเยอะขึ้นมากเลยค่ะ ^^
ตอบลบ